Close

30 เมษายน 2017

ไขมันช่องท้องสะสมทำอย่างไร

วันนี้แอดมินมีเรื่องดีๆ มาบอกกัน เมื่อร่างกายไม่สามารถเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ทั้งหมดจึงนำไปสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนกลายเป็นไขมันสะสมหรือไขมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงภาวะภูมิแพ้มีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว วันนี้แอดมินมี 2 วิธีมาแนะนำให้ลดไขมันในช่องท้องกันคือ 2 วิธีแนะนำ คือ

1. วิธีการลดไขมันในช่องท้องต้องทำอย่างไร ถ้าจะลดไขมันส่วนนี้คุณต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพื่อให้ร่างกายเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงานให้มากที่สุดแต่ลดไขมันบริเวณนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะว่าร่างกายจะนำมาใช้เป็นอันดับสุดท้ายถ้าคุณอดอาหาร กล้ามเนื้อก็จะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานก่อน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทุกครั้งที่อดอาหาร พอหยุดลด ร่างกายก็จะอ้วนขึ้นกว่าเดิม เพราะไขมันไม่ได้ถูกนำไปใช้แต่กลับเป็นกล้ามเนื้อซึ่งช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เมื่อกล้ามเนื้อมีน้อยลงก็จะยิ่งอ้วนได้ง่ายขึ้น เผาผลาญได้น้อยลง การลดไขมันในช่องท้องจึงไม่ควรอดอาหาร แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใช้พลังงานให้มากกว่าที่รับเข้าไปในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้ ในทางการแพทย์สามารถใช้วิธีการบำบัดด้วยเซลล์ (Cell Therapy) เพื่อเพิ่มการเผาผลาญ ขับของเสียออกจากร่างก่ายเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของระบบเลือดและน้ำเหลือง เพื่อลดไขมันในส่วนนี้ การบำบัดก็อย่างเช่นการบำบัดด้วยสารอาหาร (Nutrition Bypass) การบำบัดด้วยอุณหภูมิ (Hyperthermic Bypass) เป็นต้น อย่างไรก็ตามการลดไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์ควรทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ออกกำลังกายเป็นประจำและเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

2.เพื่อลดการสะสมของไขมันในช่องท้องควรกินอาหารประเภทใด รายงานการวิจัยที่สถาบันแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริการะบุว่า อาหารหลายชนิดส่งผลให้เกิดไขมันสะสมในช่องท้องได้และควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนทุกวัย นั่นคือ อาหารจำพวกเบเกอรี่ทั้งหลาย อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารขบเคี้ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมกรุบกรอบต่างๆ ฯลฯ เนื่องจากอาหารเหล่านี้ล้วนมีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ (Trans Fat)สูง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เรียกกันว่า Processed Meat เช่น ไส้กรอก เนื้อแท่ง ซาลามี เบคอน แฮม สำหรับอาหารที่ดีและมีประโยชน์ที่คุณควรเลือกรับประทานก็มีมากมาย หนึ่งในนั้นคือกิมจิ อาหารเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะมีส่วนประกอบของผักต่างๆ อาทิ กระหล่ำปลี หัวหอม กระเทียม ขิง พริก งานวิจัยระบุว่ากิมจิมีประโยชน์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ถึง 21 เปอเซ็นต์ โดยเห็นผลชัดมาก เพียงแค่บริโภคเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตามข้อมูลการวิจัยของภาควิชาอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยอินเจ เกาหลีใต้ ในผลการวิจัยชิ้นดังกล่าวระบุว่ากิมจิดีต่อสุขภาพของเรา ช่วยลดน้ำหนัก และช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เมื่อคุณใส่ใจดูแลสุขภาพ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอไขมันสะสมก็จะค่อยๆสลายออกจากช่องท้องไป แล้วเมื่อนั้นคุณก็จะกลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมอีกครั้งอย่างแน่นอน

หากสนใจอยากทดสอบหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถกรอกข้อมูลลงเบียนตามลิงค์

www.minigymthailand.com/trial

เพื่อเข้ารับสิทธิ์การเข้าใช้บริการกับทางมินิยิมได้ (เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2560 เท่านั้น)